จังหวัดที่ 46 แล้วจ้า ออกจากโรงแรมมาได้ไม่ถึง หนึ่งกิโลเมตร ก็ข้ามเขตขังหวัด อุดรธานีและหนองบัวลำภูเป็นที่เรียบร้อย ระหว่างทางเห็นป้ายเขียน พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ และสุสานหอย 150 ล้านปี อยากเข้าไปดูมาก แต่น่าเสียดายมาไวไป กว่าจะเปิดนู่นอีก 1 ชั่วโมง 555 เขาว่าที่นี่เป็นที่ที่เจอไดโนเสาร์ตัวแรกของประเทศไทย อืม…..
วันที่ 76 อ.เมือง จ.หนองคาย ผ่านอ.เมืองอุดรธานี ถึง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
จังหวัดที่ 55 ผ่านอำเภอเมืองอุดรธานีมาแบบ ความหวังริบหรี่ที่จะไปถึง อำเภอเมืองหนองบัวลำพู เหอเหอ เมื่อคืนฝนตกหนักมาก ตกตั้งกะเที่ยงคืน ยันตี 3 ได้มั้ง นอนๆอยู่สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงดังซู่ ดีนะเอาจักรยานเข้าห้องมาแล้ว ไม่งั้นเละแน่ มาถึง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีด้วยความรู้สึกร้อนยังไงไม่รู้ จะว่ามันร้อนกว่าทุกที ร้อนกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว รอบนี้ร้อนแบบน่ารำคาญอะ อะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด ตัวอยู่บนจักรยานแต่ใจนี้ไปยืนอยู่ใต้ฝักบัวเย็นๆแล้ว
วันที่ 75 อ.เมือง จ.บึงกาฬ ถึง อ.เมือง จ.หนองคาย
จังหวัดที่ 44 แล้วจ้า มาถึง หนองคาย แบบ กึ่งเปียกกึ่งแห้ง เอาเป็นว่า มาถึงแบบขลุกขลิกละกัน ออกมาจากที่บึงกาฬฝนก็ตก (นี่หละนะ อาถรรพ์ล้างจักรยาน) มาได้สักพัก ฝนหยุด แดดออกเปรี้ยง จอดทาครีมกันแดด แบบทำใจหละว่ามันคงไม่ได้กันอะไร ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ฝนตกต่อ สักพักฝนหยุด แดดออกต่อ ครีมที่ทามาคงจะละลายหายไปแล้ว แต่เห็นแดดไม่เปรี้ยงเลยไม่ได้ทาต่อ แล้วฝนก็ตกต่อ แล้วก็หยุด วันนี้ได้ผลออกมา ที่คอเป็นรอยคอเสื้อเลย แขนก็เป็นรอยแขนเสื้อไปเรียบร้อย เหอเหอ
วันที่ 73 อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ถึง อ.เมือง จ.บึงกาฬ
สองวันมานี้ผ่านมา 2 จังหวัด แต่ไม่สามารถนับได้ เพราะไปไม่ถึง อำเภอเมือง ง่า….. เอาเป็นว่าตอนนี้ 43 จังหวัดแล้วจ้า บึงกาฬจังหวัดน้องใหม่ ตัวอำเภอเมือง เล็กนิดเดียวเองอะ เราแอบเห็นว่ามีเส้นทางโดยที่ไม่ต้องผ่านถนนใหญ่ จาก อ.เฝ้าไร่ เข้า อ.เมืองบึงกาฬ อาศัยถามคนตามทาง ตามป้ายมา ถนนสภาพเหมือนดาวอังคารนิดหน่อยแต่ก็โอเค บ่นมาไม่ได้ ยังไงก็ดีกว่าไปแชร์ถนนกับสิบล้อละกัน ข้อเสียของการปั่นเส้นใน บนถนนเล็ก ในวันหยุดแบบนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของกิน อุแม่เจ้า หาร้านข้าวกินไม่ได้เลย หิวมาก จนต้องซัด มาม่า ไปคนละถ้วยแทน
วันที่ 72 อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ถึง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย
วันนี้กะไปให้ถึง อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ แต่มาได้แค่เฝ้าไร่ เพราะพอลรู้สึกจะเป็นลม เหอเหอ ระยะทางทั้งหมดที่ปั่นมาตั้งกะวันแรก จนวันนี้คือ 5,020 กิโลเมตรแล้วจ้า โอ้โห….. ไม่เคยขี่ไกลขนาดนี้มาก่อน วันนี้ไม่มีอะไรจะเล่าอะ ทุ่งนา ฟ้ากว้าง เหมือนทุกวัน โอ้ ใช่ วันนี้วันแม่ โทรไป แม่ไม่รับสาย เหอเหอ คิดถึงแม่จัง ตอนทัวร์รอบที่แล้ว จากหัวหิน ไป กัวลาลัมเปอร์ แม่ทำหน้าที่เป็นคนพยากรณ์อากาศให้เกือบทุกวันเลย แม่จะโทรมาบอกว่า ระวังฝนด้วยนะ ตอนนี้ที่นี่น้ำท่วมนะ บลา บลา บลา เราก็จะตอบไปว่า ฝนไม่ตกเลยนะ ฟ้าใส ไร้แดด สุดๆ ที่ตกอย่างเดียวนี่ คือเหงื่อตกอะ น้ำเหงื่อจะท่วมจักรยานหละ 555
วันที่ 71 อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถึง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
วันนี้ 140 กิโลเมตร อุแม่เจ้า ทำลายสถิติตัวเองไปเรียบร้อย เฉือนไป 2 กิโลเมตร ตอนแรกวันนี่ว่าจะหยุดที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี แต่พอลยังคึก ก็เลยมายาวถึง อ.หนองหาน เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย เสียงรถ และคนดังทั้งคืน ที่อุดหูก็เอาไม่อยู่ เช้านี้เลยมาในสภาพซอมบี้ขี่จักรยาน 555 ขี่ตามเส้นหลักมาได้สักพัก ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึง กุมภวาปี พอลตัดสินใจวิ่งทางลัดที่ google map แนะนำมา ลัดไปได้ประมาณ 4 กิโลมั้ง 555 ไม่มีรถเลย
วันที่ 69 อ.เมือง จ.มหาสารคาม ถึง อ.เมือง จ.ขอนแก่น
ปั่นจักรยานติดกันมาแล้ว 5 วัน โอ้…อยากจะอยู่นิ่งๆไม่ขยับสักพักแล้ว จังหวัดที่ 42 โอเค วันนี้ให้ 3 คำ เปียก ลม แรง ตื่นมาฝนตก กลับไปนอนต่อ ตื่นอีกทีฝนเหมือนจะหยุดก็รีบเตรียมตัวออกเดินทาง ออกมาได้สักพัก ฝนตกอีก ทำใจกันไป จอดแวะกินข้าวเช้า ฝนตกลงมาหนักมาก พอกินเสร็จ ฝนหยุด ขอบคุณมากคะ ออกมาได้สักพัก จัดหนักเลย หนักแบบ ขอถอนคำพูดเมื่อกี้คืน เปียกแบบเปียกยันไส้ในแล้ว โอ้ว… ผ่านโกสุมพิสัย ว่าจะจอดหาร้านกาแฟหลบฝนซะหน่อย ไม่มี ขี่ต่อไปเรื่อยๆด้วยใจเชื่อว่าอีก 100 เมตรมันต้องมีร้านกาแฟหละหว่ะ ที่ไหนได้ นู่น….อีก 25 กิโลเมตรถึงขอนแก่นถึงจะเจอร้านกาแฟ
วันที่ 68 อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ถึง อ.เมือง จ.มหาสารคาม
41 แล้ว เฮ้อ…ไวจริงๆ ฝนตกแต้เช้า รู้ทำไมฝนตก จะบอกให้เพราะเช้านี้แน็ตทาครีมกันแดดแบบครบเซ็ท ทั้งหน้าและตัว เหอเหอ เปลืองครีมจริงๆ ตั้งแต่มาปั่นรอบนี้นะ ลองครีมกันแดดมาหลายยี่ห้อหละ บอกได้คำเดียวเลยว่า มันกันไม่อยู่จริงๆ นี่ทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเลยนะ ใครคิดจะมาปั่นทัวรริ่งแบบนี้ แล้วกลัวดำนี่เลิกคิดได้เลย แต่ครีมพวกนี้มันช่วยไม่ให้ผิวไหม้มากกว่า สำหรับต่างชาติก็กันเรื่องมะเร็งผิวหนัง แต่บ้านเราโอโซนยังหนาอยู่ (ไม่นับ กทม และ ถิ่นโรงงานนะคะ) เคยไม่ทาครั้งนึง อุแม่เจ้า แสบได้ใจเลยจริง วันนี้ยืนดูขาตัวเอง แล้วก็หัวเราะออกมา พอลถามว่าหัวเราะอะไร บอกไป ขาดำอะ ดำปิ๋ดปี๋เลย พอลบอกดำแบบนี้ดีออก เซ็กซี่ เลยตอบกลับไป แลกกันมั้ยหละ ชั้นอยากจะดำช้าแบบเธอเหมือนกัน คนบ้าอะไรปั่นจักรยาน 3 ขั่วโมง ออกแดง แล้วก็กลับไปขาวเหมือนเดิม
วันที่ 67 อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ถึง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
40 แป๊ะ ขึ้นเลข 4 แล้ว เย้ๆๆ วันนี้มาแบบสั้นๆ 40 กว่ากิโล เช้านี้เลยนอนยาวเกือบ 8 โมงกว่าได้ มั้งกว่าจะตื่น เหอเหอ เมื่อวานแอบปวดท้องแปลกๆ เหมือนจะท้องเสีย เช้านี้เลยนอนดูอาการก่อนออกเดินทาง สบายเฮได้นอนยาวอีก 2 ชั่วโมง เหอเหอ วันนี้ปั่นจักรยานอยู่ดีๆ พอลเบรคจักรยานแบบตัวเกือบลอยออกมาจากเก้าอี้อะ ถามพอล เบรคทำไมว้า ตกใจหมดเลย พอลบอก งูตัวเบ้อเร้อ ไม่เห็นหรือไง ป๊าด ตัวใหญ่มากกำลังชูคออยู่เลย คือถ้าปั่นผ่านเปอร์เซนต์ที่จะโดนฉกคงสูง
วันที่ 66 อ.สหัสขันธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ถึง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
และแล้วทริปนี้เราก็เก็บไปเรียบร้อยแล้วครึ่งประเทศ โอ้ส… 39 จังหวัดแล้วจ้า เมื่อคืนนอกกันตั้งกะ หกโมงครึ่ง ยังไม่ทุ่มนึงเลย หลับแล้ว 555 ข้างนอกยังสว่างอยู่เลย แต่ตาไม่สามารถลืมได้อีกต่อไป ด้วยการที่นอนไวแบบนี้เลยส่งผลให้เมื่อคืนตื่นตั้งกะตี 1 กว่าจะข่มตากลับไปนอนได้
วันที่ 65 อ.เมือง จ.สกลนคร ถึง อ.สหัสภูมิ จ.กาฬสินธุ์
มาได้ครึ่งทางของทริปนี้แล้ว พรุ่งนี้เข้า อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ก็จะเป็นการปั่นมาถึงจังหวัดที่ 39 ครึ่งจำนวนของจังหวัดทั้งหมดอย่างเป็นทางการ วันนี้ตั้งใจแล้วว่าได้ขึ้นเขาแน่นอน มีแต่คนบอกว่าขึ้นภูพานแน่ๆ ออกจากจากตัวเมืองสกลนคร เห็นเลขหลักกิโลเขียนว่า 30 กิโลถึง ภูพาน ก็สบายใจอย่างน้อยมีเวลาให้หาข้าวเช้าทานก่อนขึ้นเขา ป๊าด ออกมาจากตัวเมืองไม่ถึง 10 กิโล เริ่มไต่ขึ้นแล้วอะ ก็ยังคิดในใจ อันนี้คงหลงมา น่าจะยังไม่ใช่อันที่ขึ้นอย่างเป็นทางการ ที่ไหนได้ตั้งกะตรงนั้นหละ แล้วก้ขึ้นมาตลอดเลย ผ่านพระราชวังภูพานราชนิเวศน์ วิวทิวทัศน์วันนี้สวยมาก เพราะปั่นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเกือบ 50% เลยทีเดียว ทางขึ้นก็ยังปรานีกันอยู่ คือขึ้นยาวๆ แต่ค่อยๆขึ้น มีหัวเลี้ยวให้พัก แล้วก็ปั่นต่อ ตอนแรกว่าได้เข็นจักรยานอีกรอบแน่แล้ว แต่วันนี้ประสบความสำเร็จไม่ได้เข็นเลย เย้ๆ ขึ้นๆลงๆ ประมาณเกือบ 50 กิโลได้มั้ง ดีนะที่เมื่อวานหยุดพักขาหนึ่งวัน ไม่งั้นวันนี้ไม่รอดแน่นอน ทางก็คดเคี้ยวเลี้ยวไปมาดีจริง นี่ถ้านั่งรถมา เมาอ๊วกไปแล้วแน่นอน เห็นป้ายโค้งอันตรายเพียบเลย ระหว่างที่ปั่นคิดว่าน่าจะยอดภูพานแล้วมั้ง ก็เห็นตัวอะไรไม่รู้กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วก็หายไป บอกพอลเอาแล้วงานนี้ได้เจอสัตว์ป่าของจริง ตื่นเต้น นั่งมองดูต้นไม่ตลอดทาง แต่ก็ไม่เห็นอะไรอีก […]
วันที่ 63 อ.เมือง จ.นครพนม ถึง อ.เมือง จ.สกลนคร
38 แล้ว เย้ๆ เช้านี้นัดเจอกับจูนและจอย เพื่อทานอาหารเช้าก่อนออกเดินทาง ทั้งคู่วันนี้ก็จะไปสกลนครเมืองกัน 555 เราเลยบอกขับผ่านถ้าเห็นยางแตกรบกวนหิ้วขึ้นรถไปด้วยนะค้าบ……และแล้วก็ได้อีกมิตรภาพที่สวยงามจากจังหวัดนี้กลับมาโดยผ่านจักรยาน อิอิ เนื่องจากปั่นมา 4 วันติดกัน วันนี้ 92 กิโล รู้สึกว่ามันจะไกลเป็นพิเสษ ตอนแรกว่าจะพักที่นครพนม แต่ดูแผนที่แล้ว จากสกลนครไปกาฬสินธุ์ ต้องขึ้นภูพาน ดูท่าจะชันน่าดูเลยบอกพอลงั้นพักที่สกลเนียะหละ ปั่นขึ้นภูพานจะได้มีแรงเข็นขึ้น 555
วันที่ 62 อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ถึง อ.เมือง จ.นครพนม
จังหวัดที่ 37 แล้ว ผ่านพระธาตุพนม 1 ใน 8 จอมเจดีย์ ไม่ได้เข้าไปไหว้ เพราะคนเยอะเกิน เข้าพรรษาทั้งที เลยมองห่างๆ แต่ถ่ายรูปมาเป็นที่ระทึกเรียบร้อย ตอนถ่าย มีรถขยะเข้ามาจอด ถ่ายไม่ให้ติดยังไงก็ไม่ได้ สุดท้ายยอมแพ้มันไม่ยอมไปสักที ก็เลยถอยจักรยานออกมา พอถอยออกมา พี่แกก็ถอยรถขยะตามมาด้วย…อืม…เจริญ
วันที่ 61 อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ถึง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
และแล้วก็มาถึงมุกดาหารจนได้ จังหวัดที่ 36 แล้วจ้า เช้านี้ออกมา บ่นกับพอลว่า อยากกินหมูกะทะ พอลบอกว่าจริงอะ กำลังคิดอยู่เหมือนกันเลยว่าไม่ได้กินนานแล้ว เย็นนี้พักที่อำเภอหว้านใหญ่ หาร้านอาหารสำหรับมื้อเย็น โชคดีจริงเจอร้านเนื้อกะทะ (ที่ขายแต่หมูไม่ขายเนื้อ 555) กินเสร็จ สบายใจ หายอยาก 555
วันที่ 60 อ.เมือง จ.ยโสธร – จ.อำนาจเจริญ ถึง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร
100 กิโลเมตร กับจังหวัดที่ 35 ฝนตกตั้งกะออกจากยโสธร ไปอำนาจเจริญก็ยังตก จบที่เลิงนกทา ก็ยังตก นี่เช็คอินมาแล้วประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็ยังคงตก เหอเหอ ตอนแรกว่าจะปั่น 150 กิโล ยาวไปมุกดาหาร ที่ไหนได้ฝนตกทั้งวันเลย ตกไม่หนักนะ แต่ตกน่ารำคาญ แสะเข้า อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ แวะเข้าไปที่ไปรษณีย์ เพื่อส่งโปสการ์ดและขอประทับตรา รอบนี้เรื่องใหญ่เลย เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปขออณุญาติเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ก่อนว่าประทับได้มั้ย เราก็บอก ประทับมาหลายทีี่แล้วคะ ใช้เป็นอ้างอิงว่ามาถึงแล้ว สักพักเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ค่อยๆเดินออกมาจากโต๊ะเพื่อที่จะมาถามว่า น้องจะเอาไปทำอะไรนะ ไหนๆขอดูหน่อย บ๊ะกว่าจะได้ประทับตรา…….
วันที่ 59 อ.เมือง จ.ยโสธร หยุดพักขา 1 วัน
วันนี้เรามีนัดกับน้องๆที่บ้านโฮมฮัก มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ หรือแม่ติ๋วนั้นเอง ก่อนจะเล่าเรื่องวันนี้ขอเท้าความไปก่อน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พี่เก๋ได้เล่าเรื่องมูลนิธินี้ให้ฟัง ว่าดูแลเด็กๆที่ติดเชื่อ HIV โดยมีคนริเริ่มคนแรกเลยนั่นก็คือแม่ติ๋ว (ถ้าใครเคยดูโฆษณาอันหนึ่งของไทยประกันชีวิต มีอันนึงเป็นเรื่องของแม่ติ๋ว) เด็กๆพวกนี้มีตั้งแต่ทารกไปจนถึงเด็กโต ใครไม่รู้อาจคิดว่าน้องๆไปมั่วสุมอะไรแน่นอนถึงได้ติดเชื้อ HIV แต่น้องๆที่นี่ทุกคน ไม่มีสิทธิที่จะเลือกได้ว่าจะเอา HIV หรือไม่ เพราะทุกคนรับเชื้อมาจากแม่ ตั้งแต่อยู่ในท้องเลย คลอดออกมา ส่วนหนึ่งแม่เสียชีวิต ก่อนตายก็เอามาฝากไว้ ส่วนหนึ่งก็มีคนมาทิ้งไว้เนื่องจากติดเชื่อ ส่วนหนึ่งแม่คลอดไว้แล้วก็หายตัวไป คือจะบอกว่ายังไงดีหละ สงสารน้องๆพวกนี้มากอะ ไม่ได้เลือกที่จะติดเชื้อ HIV แต่กลับถูกคนรอบข้างขับไสไล่ส่ง รังเกียจเดียดฉันท์ ถึงขั้นที่ทางตัวจังหวัดเองไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรเลย กีดกันน้องๆสุดๆ ข้างๆเป็นวัด แทนที่วัดจะช่วยอย่างน้อย น้องๆเสียชีวิตก็ให้ได้เผาที่นี่ ไม่ก็ขอข้าวก้นบาตรกิน ทีไหนได้วัดเรี่ยไรเงินชาวบ้านออกมาเพื่อที่จะสร้างกำแพงวัดสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร เพื่อที่จะบ่งบอกออกไปเป็นนัยๆว่า ชั้นไม่ต้องการยุ่งกับพวกคุณ มีคนเคยไปถามพระว่าทำไมถึงทำแบบนี้ พระท่านบอกถ้าชาวบ้านเห็นว่าท่านไปสุงสิงกับบ้านนี้ ชาวบ้านก็จะไม่มาทำบุญที่วัด เออ….เอากับเขาดิ ท่านเป็นพระ ท่านไม่ควรเลือกปฏิบัติ เห็นแล้วเศร้า
วันที่ 58 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ถึง อ.เมือง จ.ยโสธร
เช้านี้พี่สุพรรณมารับที่อพาร์ทเมนต์ ตั้งกะ 6 โมงเช้า ตอนแรกว่ามีไม่กี่คนจะปั่นไปส่งถึงจุดที่ทายข้าวเช้ากัน ที่ไหนได้มากันให้พรึ่บ 20 คนได้มั้ง แต่ละคนดูอายุเยอะๆ แต่ร่างกายฟิตกว่าหนุ่มๆหลายๆคนซะอีก มากันได้ 12 กิโลก็มาถึงตลาดเช้า ที่ทุกวันเสาร์พวกคนที่ขี่จักรยานจังหวัดอุบลจะออกมาเจอกันที่นี่ ทานกาแฟ ทานอาหารเช้ากัน พี่ๆลุงๆแต่ละคนก็เข้ามาขอถ่ายรูปบ้าง ถามไถ่เรื่องจักรยานบ้าง รู้สึกอบอุ่นมากเลยคะ เหมือนเป็นญาติกัน 555 ตอนแรกก็ว่าจะแยกกันตรงนี้ ไปๆมาๆ ปั่นมาอีก 10 กิโล พามาดื่มน้ำมะพร้าวเผา ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระทึกกันไป แล้วก็แยกย้ายกัน ก่อนแยกกัน นัดกันว่าจะมาเจอกันที่สนามหลวง วันที่ 5 ธันวาคม ใครจะจองทัวร์วันนั้นก็จะไม่ทำอะ เพราะมิตรภาพทั้งหลายที่เจอมาด้วยจักรยานคันนี้จะปั่นเข้ามาเทอดพระเกรียติในหลวงวันที่ 5 ธันวา แล้วจะให้เราพลาดได้อย่างไร อิอิ
วันที่ 57 อ.เมือง ศรีสะเกษ ถึง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
33 คับ 33 งวดนี้ออก 33 เหอเหอ ออกขึ้นมาหละเป็นเรื่องแน่ อืม….จังหวัดนี้ก็จังหวัดที่ 33 แล้วนะ อืม…เลขสวยนะเนียะ เมื่อคืนได้รับเกรียติจากทางชมรมจักรยานของจังหวัดศรีสะเกษพาไปเลี้ยงอาหารเย็นที่ร้านสเต็ก ง่า…ลืมชื่อร้าน แต่ร้านอยู่ตรงข้ามกับ Big C โอ้ไม่ใช่สิ เชฟของทางร้านบอกว่าพูดอย่างนี้พี่เขาเสียความรู้สึกเพราะว่า Big C มาทีหลังเขา ก็เอาเป็นว่า นั่นหละ หาทางไม่ยาก ข้างหน้าร้านมีจักรยานจอดอยู่ อาหารอร่อยมาก สลัดกุ้งอร่อยสุดๆ อิ่มมากมาย ขอบคุณมากคะที่เลี้ยงอาหารอร่อยๆ กลับถึงห้องพักหลับเป็นตายเลย เหอเหอ
วันที่ 56 อ.เมือง จ.สุรืนทร์ ถึง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
จังหวัดที่ 32 แล้ว วันนี้ 100 กิโลเมตร นัดกับพี่เจมส์ แอนด์เดอะแก็งค์จากศรีสะเกษ มาเจอกันครึ่งทาง พี่เขาปั่นมาทาง เราปั่นมาอีกทาง มาโจ๊ะกันที่ ปั๊ม ปตท. อ.สำโรงทาบ 55 กิโลเมตรพอดี เหอเหอ ก่อนที่จะเจอพี่เจมส์แอนด์เดอะแก็งค์ ได้แวะไปถ่ายรูปกับปราสาทศีขรภูมิ เป็นที่ระลึกของภาคอีสาน เย้ๆ ออกมาไม่สวยเท่ามืออาชีพถ่าย แต่เขาก็ชอบภาพนี้นะ อิอิ หลังจากพาพอลเข้าไปดูปราสาท อธิบายภาพทับหลัง ภาพนางอัปสร บลา บลา บลา แล้ว ก็สบายใจว่า อืม…ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว ก็ยังพอจะจำเรื่องได้อยู่
วันที่ 55 อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ถึง อ.เมือง จ.สุรินทร์
หลังจากนอนเปื่อยไปเมื่อวาน วันนี้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เลิกเป็นโรงงานผลิตน้ำมูกแล้ว แต่เสียงยังเหมือนเป็ดอยู่ 555 จังหวัดที่ 31 แล้วจ้า อืม….ไวเหมือนกันเนอะ ตอนเริ่มทัวร์นี้แรก ก็ยังคิดอยู่เลยว่าจะรู้สึกยังไงหว่า ตอนปั่นไปจังหวัดที่ 30 กว่า วันนี้รู้แล้วว่า….อืม….เก่งเหมือนกันนะเรา ใครจะไปคิดว่าอย่างชั้นเนียะนะจะมาถึง 30 จังหวัดได้ ว่าแล้วก็แอบตบมือในใจให้ตัวเอง สามแปะ ถ้วน อิอิ
ปั่นวันสุดท้าย เข้ากรุงเทพจ้า | Final Day Ride
Please come and join us วันที่ : วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน | Date: Sunday November 4
วันที่ 53 อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ถึง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
จังหวัดที่ 30 แล้ว และแล้วก็ขึ้นเลข 3 เช้านี้มีนัดกับพี่จำรัสอดีตคุณครู หนึ่งในชมรมจักรยานทัวร์ริ่งที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พี่เขาพาเพื่อนมาด้วย ชื่อพี่เส อดีตทหารเก่า ทั้งคู่เป็นคอทัวร์ริ่งคะ ปั่นเป็นเพื่อนไปถึง อ.นางรอง ระยะทางก๋ประมาณ 35 กิโลเมตรได้ ระหว่างทางพี่เขาก็ให้คำแนะนำในเรื่องการปั่นทัวร์ริ่งให้ เขาว่าให้พักทุกชั่วโมง ครั้งละ 5 นาที ถึงจะไม่มีอะไรให้ก็พัก ก็พักดื่มน้ำใต้ต้นไม้ก็ยังดี…….เช็คแล้วว่าพวกแน็ตอาจหยุดพักไม่ทุกชั่วโมง แต่เราก็หยุดพักเกือบทุกครั้งที่เห็นเซเว่น ของกิน ห้องน้ำ และร้านกาแฟ 555 พอถูพอไถไปได้ ข้อสองคืนปั่นขึ้นเขาพี่เขาแนะนำว่า อย่าเร่งปั่นขึ้นค่อยๆไป ใช้เกียร์ต่ำสุด ไต่ไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงเอง แล้วมันจะสบายกว่า ของเราสองคนรอบขาไม่เท่ากัน ปั่นเลยยัง งงๆ กันอยู่ ข้อสามเรื่องหมาไล่ พี่เขาบอกมีไม้ไล่หมาอยู่ติดตัว แล้วก็หนังสะติ๊ก ยิงมันเลย เหอเหอ โหดอะ เราขอฉีดน้ำใส่ละกัน
วันที่ 52 อ.เมือง จ.สระแก้ว ถึง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์
ท้องเสียแต่เช้า วันนี้เลยออกสายหน่อย เมื่อวานหยุดพักขาหนึ่งวัน ล้างจักรยาน และมีน้องแน็ต(รุ่นน้องที่มหาลัย)เป็นเจ้าบ้านพาออกไปเที่ยว ขอบใจมากจ้า พาเข้าบ้านไปหาพ่อกับแม่ด้วย (อร๊ายพี่แต่งงานแล้วนะน้อง 555 ก็ว่ากันไป) แน็ตกับคุณแม่พาเราสองคนไปเที่ยวน้ำตกปางสีดา แต่ยังไม่เข้าช่วงน้ำหลาก น้ำตกเลยดูแห้งแปลกๆไป แล้วก็พาไปล่องเรือที่เขื่อพระปง สวยมาก เป็นเรือเร็วของบ้านน้องแน็ตเอง นั่งไพระอาทิตย์ก็จะตกลับขอบภูเขาไป สวยมาก จนใกล้จะเข้าฝั่งใบพัดเรือมีปัญหา ไม่หมุนเพราะตัวเชื่อมลื่น ก็ได้แต่อาศัยท่อไอเสียที่พ่นลงน้ำช่วยดันเข้าฝั่ง ระหว่างค่อยๆลอยเข้าฝั่ง ก็คุยกันว่าใครจะเป็นคนแรกที่โดดลงไปลากเรือก่อน เหอเหอ ดีนะที่ไม่ต้องลาก พอขึ้นฝั่งมา คุณแม่น้องแน็ตก็เซอร์ไพรส์ด้วยอาหารที่สั่งมาระหว่างที่เราลงเรือ ปลาทั้งนั้นเลย อร่อยมาก แซ่บสุดๆ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู มัวแต่หิวน้ำลายไหลอยู่ เหอเหอ พอลไม่ชอบกินปลา งานนี้เลยได้ไข่เจียวหมูสับไป แต่ก็ยังดีที่ลองปลานิดๆหน่อยๆ 555
วันที่ 50 อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ถึง อ.เมือง จ.สระแก้ว
จังหวัดที่ 30 แล้ว อืม….ขึ้นเลขสามแล้ว เย้ๆ วันนี้ปั่นบนเส้น จันทบุรี-สระแก้ว มาตลอดระยะทาง 80 กว่ากิโลเมตร รถเยอะใช้ได้เลย ขนาดออกเช้าแล้วนะ เส้นทางก็ขึ้นๆลงๆนิดหน่อย แต่พอเลย อ.สอยดาวมาได้สัก 20 กว่ากิโล เนินก็เล็กลงๆๆๆ แต่ก็ไม่หายไป เหอเหอ วันนี้ปั่นมาไม่ได้ใส่ปลอกแขนเลย เพราะมันดูครึ้มมาตลอด แล้วสักพักแดดก็ออก แรงด้วยนะ แต่เมฆก็เพียบ เมฆฝนด้วย ก็เลยไม่ใส่ เพราะคิดว่าสักพักเมฆคงมาบังแดด แล้วก็บังจริงๆ ปั่นไปอีก แดดออกอีก คิดในใจใส่ดีมั้ย แต่เห็นเมฆแล้วก็คิดว่าเดี๋ยวก็บัง อีก 10 กว่ากิโลก็ถึง


