หลังจากที่ขี่ย้อนกลับมาทางเดินเป็นระยะทางเกือบ 30 กิโล (คิดแล้วเซง) เราก็กลับมายังจังหวัดเดิม คือจังหวัดจันทบุรี คืนนี้ก็ยังอยู่จันทบุรี พรุ่งนี้น่าจะถึงสระแก้ว ระยะทางวันนี้ 125 กิโลเมตร 90 กิโลแรกก็โอเคอยู่ เนินนิดๆหน่อยๆ พอเข้าเขตโป่งน้ำร้อนเท่านั้นหละ อุแม่เจ้า จะชันไปไหนค่า เห็นป้ายรถขึ้นเขามาแต่ไกล แต่รอบนี้มาพร้อมกับป้ายเตือนทางข้างหน้าชันมาก ชันจริงชันจัง เป็นครั้งที่ 2 ของทริปนี้ที่ได้เข็นจักรยานขึ้น เหอเหอ จริงๆแล้วพอลเป็นคนเข็นอะ เราแค่เดินก็พอหละ หัวใจนี่แทบจะกระโดดออกมา ตอนแรกทางก็โอเค ทางสองเลน มีไหล่ทางกว้างอยู่แต่รถขับสวนกัน ไปๆมาๆ ไหล่ทางหายไปซะงั้นอะ ปั่นไปก็ดูสิบล้อไป ฝนก็ตกอีก ขาขึ้นบางเนินอยากจะเกาะสิบล้อไปด้วยจัง แต่ก็ดูน่ากลัวเกินจะกล้าทำ
วันที่ 48 อ.แหลมงอบ ถึง อ.เมือง จ.ตราด
จังหวัดที่ 29 แล้ว ใกล้ขึ้นเลข 3 แล้วสิ แต่กว่าจะขึ้นเลข 3 นี่คงใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน เหอเหอ ไกลเกิน โอเค เข้าเมืองตราดโดยสวัสดิภาพ วันนี้ปั่นมาแค่ 16 กิโลได้มั้ง เก็บแรงไว้พรุ่งนี้ 100 กิโลได้ จาก เมืองตราดขึ้นเหนือไปทางสระแก้ว แต่คงจะจอดแค่ อ.สอยดาวก่อน ถามคนนู่น คนนี่ได้คำตอบมาตรงกันว่า เขาเยอะมากนะน้อง อืม….คิดแล้วปวดขา
วันที่ 47 อ.เมือง จ.จันทบุรี ถึง อ.แหลมงอบ จ.ตราด
เมื่อเช้าไม่อยากตื่นเลย พอลเดินไปกดนาฬิกาปลุกให้ดับ แล้วก็เดินกลับมานอนต่อ ในใจอยากนอนต่อ แจ่พอมาคิดว่าต้องปั่นจักรยานร้อนๆแล้วก็ไม่อยากเหมือนกัน นอนคิดไปคิดมา เอาไงดี ตื่นหรือไม่ตื่น นอนต่อหรือปั่นจักรยานร้อนๆ (คือตลอดเวลาที่ึิคิดนี่ก็ไม่ได้นอน ก็ไม่รู้จะคิดทำไม เหอเหอ) ตอนหลังมาคุยกับพอลว่าตื่นแล้วทำไมกลับมานอนต่อ พอลบอกยังไม่อยากตื่นอะ อยากนอนต่อ แต่พอกลับมานอนต่อแล้วก็นั่งคิดปั่นจักรยานตอนร้อนๆ หรือว่านอนต่อ คิดไปคิดมาหลายรอบเกิน ก็เลยตื่นเลย 555 บ้าบอเหมือนกันเลย
วันที่ 45 อ.กร่ำ จ.ระยอง ถึง อ.เมือง จ.จันทบุรี
28 แล้ว เย้ๆ มานั่งระยะทางที่ปั่น ก็เกิน 3,000 แล้วจ้า และแล้ววันนี้ก็เลือกปั่นเส้นสายในมาตลอดทาง ไม่ผ่านสุขุมวิทเลยแม้แต่นิดเดียว ใครมาแทบนี้ก็แนะนำถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เป็นเส้นทาง Scenic Route เลยก็ว่าได้ มีไหล่ทางให้จักรยานขี่ด้วย รถก็ไม่ค่อยเยอะ แต่ถ้าถามเรื่องร่มเงาก็ไม่ค่อยมีอะ แต่ก็ดีกว่าไปใช้ถนนร่วมกับสิบล้อ ระหว่างทางปั่นออกมาจากอ.กร่ำ ก็ได้เจอกลุ่มจักรยานยามเช้าปั่นมาทักทาย ในมือกำลังจะปั้นข้าวเหนียวเข้าปากเลยต้องชะงักไว้ก่อน ขอบคุณมากคะที่แนะนำเส้นทางดีๆให้ วันนี้ปั่นมา 70 กิโล มาถึง อ.เมือง จันทบุรี โดยสวัสดิภาพ ก็กะจะพักที่นี่สัก 2 คืนแล้วค่อยยิงยาวเข้า ตราด ห้องพีกคืนนี้ก็ 390 บาท มี Wifi ด้วย หลังจากที่ปั่นจักรยานมาได้เดือนกว่า ก็ทำให้รู้สึกว่าเสื้อชั้นในที่ใส่เวลาปั่นจักรยานออกจะอึดอัดไปนิดนึง ยิ่งช่วงโดนฝนตกหนักๆใส่นี่เหมือนทั้งชุดมันหดเข้ามา อึดอัดใช้ได้ วันนีเลยแวะไป Big C หาสปอร์ทบราใส่ ก็ได้เจ้าหน้าที่มาแนะนำสินค้า เราก็บอกไปว่า ไม่เคยใส่ สองแบบนี้มันต่างกันตรงไหน พี่เขาก็บอก น้องหน้าอกเล็กนะคะ(ฉึก) ถ้าใส่รุ่นนี้จะยิ่งแบนเข้าไปใหญ่(ฉึก) […]
วันที่ 44 อ.เมือง จ.ระยอง ถึง อ.กร่ำ จ.ระยอง
มาถึงบ้านท่านสุนทรภู่ แล้ว แม้แต่ชื่อตำบลก็ชื่อ ตำบลสุนทรภู่ ชื่อซอยก็มาจากชื่อตัวละครเรื่องพระอภัยมณี วันนี้ปั่นมา 38 กิโลได้มั้ง วันนี้ไม่ได้ออกแต่เช้า กะไปไม่เกิน 40 กิโล ก็เลยให้พอลพักผ่อนเยอะๆหน่อย แต่เช้านี้พอลก็ยังดูไม่ปรกติ ตื่นมากลางดึกกินพาราเพราะปวดหัว แล้วก็ดื่มน้ำไปอีกขวดใหญ่ ไม่รู้เป็นอะไร เวลาหยุดพักแต่ละครั้งพี่แกจะเหงื่อออกเยอะมาก จนบางทีเรียกว่าเยอะจนหน้ากลัว บิดถุงมือ น้ำเหงื่อไหลออกมาเพียบ แต่วันสองวันนี้ เหงื่อออกแปลกๆ เห็นเป็นเม็ดเหงื่อผุดออกมาเลย ก็ไม่รู้ว่าปรกติป่าว เหอเหอ
วันที่ 43 อ.เมือง จ.ชลบุรี ถึง อ.เมือง จ.ระยอง
ตอนจะไประนอง ก็พิมพ์ระยอง ตอนนี้จะมาระยอง ดันพิมพ์ระนอง เหอเหอ จังหวัดที่ 27 แล้ว สองวันก่่อนฝนตกตลอด วันนี้ฝนตกนิดหน่อยตอนเริ่มออกเดินทาง ที่เหลือร้อนโฮก… แวะไปการท่องเที่ยวที่ พัทยา แม่เจ้า ทางเข้าเป็นทางขึ้นเขา สทร ปั่นไปได้เกือบถึงหละ หมดแรงซะก่อนเลยต้องดันกันขึ้น ขอบคุณเจ้าหน้าที่การท่องเท่ียวที่ช่วยเซ็นสมุดให้ รวมถึงช่วยโทรไปบอกกับทาง ททท.ที่ระยองเกี่ยวกับเราให้ด้วย ขอบคุณมากคะ วันนี้ 90% กับเส้นทางที่ปั่นอยู่บน ถนนสุขุมวิท น่ากลัวอีกแล้ว รถบบรรทุกเยอะมาก มาแต่ละคน โห…. ไหนจะรถผู้ปกครองส่งเด็ก ไหนจะรถตู้รับสาว/หนุ่มโรงงาน เอาง่ายๆ วันนี้รถติดเลยทีเดียว ติดกลางสีแยกไปพร้อมกับคนอื่นๆ โอ้…โดนรถตู้เบียดด้วย พอลเกือบยกนิ้วกลางไปหละ
วันที่่ 42 อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ถึง อ.เมือง จ.ชลบุรี
สมแล้วที่ชื่อ ชลบุรี เมืองแห่งสายน้ำ วันนี้ฝนตกไม่หยุดเลย ตกหนักมาก เปียกเละเทะ เพิ่งจะล้างจักรยานมา ลงน้ำมันโซ่เมื่อเช้า หายเรียบ เหอเหอ จริงๆก็ไม่ได้หายหมดนะ เพราะว่าน้ำมันกระเด็นมาอยู่บนจักรยานแทน ก็ได้แตคิดในใจ เอาหวะ คนยังต้องอาบน้ำกันทุกวัน จักรยานก็คงจะต้องล้างกันทุกวันเลยละมั้ง นี่ถ้าเอาเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำได้นี่ก็คงจะดีไม่น้อยเลย
วันที่ 41 อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พักขา 1 วัน
พักขา 1 วัน วันนี้แวะไปดูประติมากรรมปั้นทรายโลก ค่าเข้าคนละ 80 บาท ต่างชาติ คนไทย ราคาเท่ากัน ถ้านักเรียนก็ลดไปครึ่งนึง ก็โอเคนะ เพิ่งเคยเห็นคนก่อกองทรายแบบละเอียดแบบนี้ ใครไม่เคยเห็น แนะนำเลยจ้า ตอนเข้าไปเขากำลังแกะสลักปรมาจาร์ยตั๊กม้ออยู่ สุดยอดอะ คุยกับพี่คนที่กำลังแกะสลักอยู่ เขาว่าใช้แค่ทรายอย่างเดียว ผสมน้ำ แต่ต้องเป็นทรายละเอียดเท่านั้น ตอนแรกอัดทรายให้แน่่นเป็นแท่ง แล้วก็เริ่มแกะสลักจากบนลงล่าง สุดยอดมากขอบอก
วันที่ 40 อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ถึง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
จังหวัดที่ 24 แล้ว เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ปั่นแล้วโดนฝนเยอะขนาดนี้ ได้ยินเสียงฝนตกมาตั้งกะประมาณตี 4 ตี 5 ได้มั้ง ตกอย่างหนักเลย กว่าจะได้ออกเดินทางก็ หกโมงกว่า ฝนตกพรำๆแต่ก็ดูว่าจะใกล้หยุด พอออกปั่นไปได้ประมาณ 15 นาที มันก็ตกหนักลงมาใหม่ เป็นฝนที่กวนทีนจริงๆ เป็นอย่างนี้เกือบทั้งวันเลย เหอเหอ เปียกยันกุงเกงลิง
วันที่ 39 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ถึง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ออกมาแต่เช้า ตี 5 กว่าๆ ถ้าเป็นจังหวัดอื่นช่วงนี้ถนนจะเงียบมาก ร้านค้าก็ยังไม่เปิด ของกินเลิกคิด แต่ที่นี่ไม่ใข่ รถวิ่งกันให้ขวักเรียบร้อย รถเยอะใช้ได้เลย แต่ก็น้อยกว่าตอนกลางวัน ร้านค้าก็เริ่มเปิดแล้ว ของกินเพียบ แต่ด้วยความที่ไม่รู้ เลยกินแซนวิชที่เซเว่นไป ขี่ผ่านร้านข้าวมันไก่ไปแบบเสียดายมาก ใครผ่านมาแทบนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องของกินคะ
วันที่ 38 อ.สามพราน จ.นครปฐม ถึง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
จังหวัดที่ 22 จากประสบการ์ณการขี่มาชอบขี่จักรยานวันอาทิตย์นะ รถโล่งดี แต่ก็ไม่ชอบขี่จักรยานวันอาทิตย์เหมือนกัน เพราะกิจการเกือบทุกอย่างปิดหมดเลย… วันนี้ก็งั้นๆ ออกมาจากสามพรานประมาณ 9 โมงกว่าได้ ระหว่างที่กำลังเตรียมจักรยานออกเดินทาง พอลบอกหนึ่งในเบล์บอยที่ Rose Garden อ่านบทความเกี่ยวกับเราสองคนมาจากเวบอะไรก็ไม่แน่ใจ พี่เขากลัวหาว่าโม้มั้ง เลยไปปรินท์บทความออกมาให้ดูเพื่อเป็นการยืนยัน 555 ขอบคุณมากคะ ที่จำกันได้ (จักรยานหน้าตาแปลกประหลาดขนาดนี้คงจะจำกันได้อยู่แล้ว) เมื่อวานตอนเข้าไปเอารองเท้าแตะ พี่เขาอุตสาห์ติดป้าย ห้ามเล่น ห้ามจับไว้ที่จักรยาน ขอบคุณมากคะที่เข้าใจเรา
วันที่ 37 อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ถึง อ.สามพราน จ.นครปฐม
จังหวัดที่ 21 แล้วจ้า วันนี้วางแผนกะจบที่ อ.เมือง นครปฐม ปั่นมาถึงยังไม่เที่ยงดี แวะไปร้านจักรยาน เจริญจักรยาน ถ่ายรูปกับพระปฐมเจดีย์ และได้เจอพี่ (ลืมชื่ออีกแล้วอะ ขอไปถามอีกทีก่อนนะ แล้วจะมาแก้) พี่เขาเป็น กู้ภัยด้วยจักรยาน อยู่แถวฝั่งธน ไว้เราจะเอาบทสัมภาษ์ณของพี่คนนี้มาให้อ่านกันนะจ้า ขอบคุณมากคะที่วันนี้อุตสาห์มาปั่นด้วยกันหาที่พักตั้งกะออกมาจากนครปฐมจนถึง นครชัยศรี รู้สึกแย่ๆจริงๆที่ขอแยกทางกับพี่ แต่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงพี่ เพราะพอจะรู้ตัวว่าเวลาพวกเราปั่นหาที่พักแล้วมันจะยุ่งยาก และอาจงี่เง่า หงุดหงิดด้วย ไม่อยากให้พี่มาเจอกับสถานการ์ณพวกนี้ก็เลยขอแยกทางกันปั่น ไม่โกรธกันนะคะ
เรื่องเล่าจากพี่ชูท กับโปรเจค เหนือ ตก ออก ใต้
อย่างที่บอกไปว่าเราได้มีโอกาสไปเจอพี่ชูท ชายหนุ่มอายุ 31 ปีที่ออกจากงานแล้วก็ตัดสินใจขี่จักรยานจากเหนือสุดของประเทศไทย ไปยังตะวันออกสุดของประเทศ และตะวันตกสุดของประเทศ ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังใต้สุดของประเทศ นั่งเม้ามอยกันจนน้ำปั่นหมดไปหนึ่งแก้ว ก็ได้รับความคิดที่น่าสนใจที่พี่ชูทมีให้กับการขี่จักรยาน ทำไมถึงขี่จักรยาน พี่ชูทว่า การขี่จักรยานได้เปิดโลกทัศน์ที่พาหนะอื่นไม่สามารถนำเสนอได้ โลกทัศน์ในมุมมองของความมีน้ำใจของคนไทย ที่เราเคยได้ยินกันมาแต่เด็กๆ แต่กลับไม่เคยได้สัมผัสกันเท่าไหร พี่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงได้มีน้ำใจให้กับจักรยานมากกว่ายานพาหนะอื่น หรือเป็นเพราะเห็นว่าเราออกหงาดเหงื่อแรงกายมาเองเลย ก็อาจเห็นใจ 555 (อันนี้ก็อาจเป็นได้)
วันที่ 36 อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถึง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ขึ้นเลข 2 นำหน้าแล้ว….จังหวัดที่ 20 แล้วจ้า เมื่อคืนได้ประสานงานกับพี่แจ๊ค จากจังหวัดสุพรรณบุรี เผื่อมีการรวมกลุ่มของทางจังหวัดสุพรรณบุรีปั่นเข้าเมืองไปด้วยกัน แต่มาวันศุกร์ พี่ๆคนอื่นต้องทำงานเลยไม่สามารถมาร่วมได้ ทางพี่แจ๊คก็เลยให้น้องๆจากวิทยาลัยพละ ออกมาปั่นเป็นเพื่อนพาไปไปรษณีย์ ร้านจักรยานทั้งสองร้าน และก็พามาส่งโรงแรม ขอบคุณพี่แจ๊ค และน้องๆมากคะ
วันที่ 34 อ.เมือง จ.ราชบุรี ถึง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ใกล้มีเลข 2 นำหน้าหละ จังหวัดที่ 19 แล้วจ้า เช้านี้มีพี่นิสิต และพี่สุนีปั่นแทนดัมมารับที่โรงแรม เพื่อที่จะปั่นเป็นเพื่อนไปจนถึง อ.บ้านโป่ง ขอยคุณมากคะ รวมไปถึงพี่ๆอีก 3 คน (จำชื่อไม่ได้อะ) ที่มารับจากโรงแรม ไปส่งถึงตลาดสด 555 เป็นครั้งแรกที่เห็นคนไทยขี่แทนดัมนะ เอ๊ย ไม่ดิ ครั้งที่ 2 ครั้งแรกเป็นคู่สามีภรรยา ขี่แทนดัมเที่ยว แล้วก็มีน้องแกะใส่ตัวลากตามไปด้วย คิดว่าใครเคยได้เห็นพี่สองคนนี้คงจะมีแต่คนจำได้แน่นอน น้องแกะเป็นเอกลักษณ์ของพี่สองคนนี้มาก ตอนแรกเห็นพี่สองคนนั้นกับแกะตัวนี้แล้วได้แรงบันดาลใจให้น่าพ่วงน้องหมาสุดที่รักจากบ้านมาได้อีก 1 ตัว แบบถ้าเขาทำได้ หาที่พักได้ เราก็ต้องทำได้หว่ะ
วันที่ 33 อ.เมือง จ.เพชรบุรี ผ่าน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ถึง อ.เมือง จ.ราชบุรี
2 จังหวัดในวันเดียว เก็บไปกี่จังหวัดแล้วเนียะ………18 จังหวัดแล้วจ้า เมื่อคืนนอนไม่หลับจริงๆ หมาเห่าทั้งคืน ขนาดใส่ที่อุดหูแล้วนะ มันนอนไม่สบายอะ เตียงก็แข็งอย่างกับหิน นอนพลิกไปพลิกมา พอหลับก็ฝนบ้าๆบอๆอีก คิดว่ากับข้าวมือเย็นพี่เขาคงใส่ผงชูรสเยอะไปแน่ เลยฝันประหลาดเลย พอลกินไปสองจาน จัดหนัก ฝันบ้าอะไรไม่รู้ ถึงขี้นลุกขึ้นมาโวยวายกลางดึก เมื่อเช้าถาม เมื่อคืนเป็นไรอะ ตกใจหมดเลย พอลบอก ฝันอะไรไม่รู้บ้าบอ จำไม่ได้รู้แต่ฝันแปลกมาก (คิดในใจก็ยังดีหว่ะ สองคืนก่อน นอนอยู่ดีมาชกใส่หลังเราเฉย ดีนะที่ไม่แรง เล่นเอาตกใจเลย)
วันที่ 31 พักหนึ่งวันที่ หัวหิน
หลังจากกลับมาจากสุรินทร์ ก็เริ่มจัดการเปลี่ยนกระเป๋าใบใหญ่ที่มีรูทั้งสองใบออก เปลี่ยนเป็นกระเป๋าใบเล็กแทน ตอนนี้ก็เลยมีกระเป็นใหญ่ 2 ใบ กระเป็าเล็กอีก 4 ใบ ดีแล้ว จะได้ใส่ไม่เยอะมาก เนื่องจากหัวหินเป็นบ้านให้อยู่มา ปีกว่า ก็ค่อนข้างที่จะรู้ลู่ทาง บวกทั้ง จอห์นก็อยู่ที่หัวหิน มีอุปกรณ์ในการจัดการเรื่องจักรยานแบบครบเครื่อง ก็เรียกว่าเอาจักรยานมาเข้าอู่ เช็คสภาพ ให้พร้อมสำหรับหนทางข้างหน้า วันนี้ก็ต้องจัดการเรื่องที่ชาร์จไฟที่หลุดออกมาจากล้อหน้าตอนล้มไปเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ได้มาแต่สายไฟ หัวเสียบไม่มี เดินหาอยู่นาน ก็ไม่เจอ เข้าใจแล้วว่าพอปั่นจักรยานนานๆแล้วมาเดินนี่รู้สึกว่ามันช้าเกินไปจริงๆ
วันที่ 32 หัวหิน ถึง อ.เมือง จ.เพชรบุรี
จังหวัดที่ 16 แล้ว โอ๊ส….. 70 กว่าโล จะบอกว่าผ่านไปไวมาก มารู้ตัวอีกที เหลืออีก 20 กว่าโลจะถึงตัวเมือง วันนี้เก็บการท่องเที่ยวไปทีเดียว 2 ที่ในหนึ่งวัน เพราะมันห่างกันไม่ถึง 20 โล เหอเหอ ขอบคุณมากคะที่ช่วยเซ็นหนังสือ พร้อมทั้งถ่ายรูปเป็นที่ระทึกด้วยกัน ปั่น 70 กิโล วิ่งขึ้นเส้นเพชรเกษม แค่ช่วง 15 กิโลแรกเอง จากหัวหินไปชะอำ ที่เหลือวิ่งเส้นในหมดเลย รถไม่เยอะ ถนนกว้าง มีเลนจักรยานด้วยนะ แต่คิดว่าคนสร้างเลนจักรยานนี้คงไม่เคยปั่นจักรยานมาก่อน ตลอดทาง 50 กว่าโล ไม่มีร่มไม้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่เรียกว่า Scenic Route มีจุดจอดชมวิว ที่เป็นฟาร์มกุ้งแห้งๆ ดินแตกๆ เครื่อง…..
Video coverage from Phuket / Phang Nga
News story which was published on Phuket television station in June.
วันที่ 30 อ.เมือง จ.ประจวบ ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบ
3 วันแล้ว ก็ยังอยู่จังหวัดเดิม ไม่พ้นสักที 555 วันนี้มีนัดกับรถตู้ให้แวะมาเอาจักรยานที่บ้านคริสและพี่เก๋ แลกกับแม่ทำข้าวผัดที่เราชอบมาให้ และพ่อส่งแทปเลตมาให้ใช้เป็นค่าเช่ารถจักรยานของเรา พอเห็นอาหารแล้วท้องก็ร้อง คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่มากกกกกกก น้าจุ๋มคนข้างบ้านฝากพายบลูเบอรรี่ และคุ้กกี้ทำเองมาให้ทานเป็นของหวาน ขอบคุณทั้งสองคนมากคับ อร่อยมาก กินไปก็ยิ้มไป ของเอาอร่อยจริงๆ ส่วนแทพเลตจากปะป๊า ก็ใช้งานดีมาก จะมีปัญหาก็เรื่องรูปนิดหน่อย เพราะรูปส่วนใหญ่ถ่ายจากกล้อง ซึ่งให้ภาพทีคมชัดกว่า แต่ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการอัพโหลดภาพ ซึ่งก็ยังหาวิธีไม่ได้ จะใหหิ้วสองเครื่องก็จะยังไงอยู่ เส้นทางที่ปั่นจาก อ.เมืองมาหัวหิน ก็จะผ่านอุทยานสามร้อยยอด ใครผ่านมาเส้นนี้อยากจะปีนเขานิดหน่อยก็ขอเชิญซื้อตั๋วที่ทางเข้า ที่นี่มีถ้ำพระยานคร หนึ่งใน unseen thailand ที่ในถ้ำมีพลับพลาของรัชกาลที่ 5 อยู่ สวยมาก ปีนขึ้นเขาประมาณ 450 กว่าเมตร ไม่แนำให้ไปหน้าฝนเพราะทางเดินอาจลื่นได้ ใครเป็นโรคข้อหรือโรคหัวใจก็ไม่แนะนำเช่นกัน แต่ถ้าร่างกายฟิตก็ขอเรัยนเชิญเลยคะ สามารถเดินข้าม้ขาลูกแรกไปก่อนระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร หรือไม่ก็นั่งเรือชาวบ้านข้ามไป ลำละ 300 บาท นั่งได้ประมาณ 6-7 คน ระหว่างที่ปั่น เส้นที่ไม่ค่อยมีรถก็เห็น […]
ฮันนีมูนในประเทศไทยบนจักรยาน 2 ตอน
บทความต้นฉบับโพสต์บน BicycleThailand.com โดย John Graham “Thailand Honeymoon On a Bicycle Built For Two” ความคิดของคุณจากฮันนีมูนที่สมบูรณ์แบบคืออะไร ? คือการได้อยู่บนหาดทรายที่เงียบสงบสีขาว เหมือนในสวรรค์เขตร้อน ? หรืออยู่ในรีสอร์ทยอดเขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หลังคาใบไม้ในป่าทึบ ? หรือจะเป็นอาหารรสชาติเลิศ อร่อยและแปลกใหม่ ? ฮันนีมูนในคำจำกัดความของ พอล และ ณัฐรีย์ เหมันต์ คือทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นและทั้งสองตัดสินใจที่จะได้ไปเห็น ได้ยิน ได้ลิ้มรส และได้สัมผัสทุกอย่างในประเทศไทยด้วยเบาะจักรยานคู่ชีพของพวกเขา ที่มีแผนที่จะขี่ไปทั่วทุกจังหวัดกว่า 9,000 กิโลเมตร ซึ่งทั้งสองจะได้ใช้ช่วงเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์าลัดเลาะไปยังทั่วทุกที่ในประเทศที่มีเสน่ห์และอบอุ่นนี้ การเดินทางของพวกเขาครั้งนี้เป็นความพยายามและตั้งใจของทั้งสองที่จะพายานพาหนะคู่ใจของพวกเขาไปยัง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยผ่านไปยังสถานที่ต่างๆ อำเภอเมืองของจังหวัดนั้นๆและเข้าไปทักทาย สำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกลุ่มสมาคมนักปั่นจักรยานจากทั่วประเทศในแต่ละพื้นที่ การเดินทางของทั้งคู่ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 โดยเริ่มจากในจังหวัดทางตอนใต้ของไทยคือจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส […]
วันที่ 29 อ.บ้านกรูด จ.ประจวบ ถึง อ.เมือง จ.ประจวบ
จังหวัดที่ 15 แล้วจ้า…. 75 กิโลเมตรจากบ้านกรูด ไม่ใกล้ ไม่ไกลเกินไป แต่ทำไมความเร็วในการปั่นมันช้าลงหละเนียะ งง จริงๆ หรือว่า GPS พอลพัง เช้านี้พี่กบตื่นมาแต่เช้าเพื่อที่จะส่งเราออกจากบ้านกรูดด้วยรอยยิ้ม พักที่นี่มา 4 วัน ดื่มมิลค์เชค พาสต้า เฟรนฟราย ไปเยอะมาก เยอะจนกางเกงแอบฟิต (เอ๊ะ หรือคิดไปเองหว่า) 555 ไว้จะกลับมาดื่มมิลค์เชคร้านพี่กบอีกนา
วันที่ 25-26 อ.บ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันท์
หลายคนอาจสงสัย ทำไมยังไม่ปั่นไปไหนกันอีก พักมาหลายวันแล้วนา 555 คือวันที่ 29 มิถุนายน นี้แน็ตและพอลได้รับเชิญไปงานแต่งงานพี่สุดที่รักคนหนึ่งที่บ้านเกิดพี่เขา จ.สุรินทร์ ทำให้การปั่นจักรยานช่วงภาคใต้นี้ต้องมีการวางแผนกันนิดหนึ่ง เพื่อที่จะได้ไปถึงหัวหิน แล้วนั่งรถทัวร์ไปสุรินทร์ได้ทัน กลายเป็นว่ามาเร็วเกินไป จากบ้านกรูดนี้ทุกทีใช้เวลาแค่ 2 วันก็ถึง หัวหินแล้ว ก็เลยไม่รีบอะไรมาก บวกกับมีพี่ที่รู้จักอยู่บ้านกรูดพอดี เขาก็เลยให้ที่พักฟรี 555 แลกกับนานๆทีไปกินอาหารที่ร้านพี่เขาบ้าง ก็จะบอกว่าไปกินเกือบทุกมื้้อ ทุกวันเลยดีกว่า ร้านชื่อ Kasama’s pizza and pasta เจ้าของร้านหรือเจ้าของบ้านที่ให้เราอยู่ชื่อ พี่กบ และ Byron ขอบคุณมากคะที่ให้ที่พักฟรี ใครผ่านมาทางนี้ แล้วเบื่ออาหารไทย อยากลองทานอาหารต่างชาติ แนะนำให้มาร้านนี่เลยคะ ข้างๆ 7-11 อร่อยมาก แนะนำๆ วันนี้ได้ฤกษ์ล้างจักรยานเสียที หลังจากที่ล้างครั้งล่าสุดที่ระนองโดยหนึ้งในลูกน้องของพี่สิทธิพงษ์ รอบนี้ล้างเอง ไม่สะอาดเท่าเขาล้างแต่ก็ดูดีกว่าก่อนล้างละว้า 555 มานั่งคิดๆดูรู้งี้ทำสีจักรยานให้เป็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีขาวดีกว่า จักรยานคันนี้ตั้งชื่อให้ว่า ยีราฟสีขาว ดูจากสภาพจักรยานแล้วน่าจะเข้าใจ ตอนแรกว่าจะเอาไปทำสีเหลือง 555 จะได้กลายเป็นยีราฟจริงๆ […]
Our story on ‘koratdailynews.com’ June 16
Original article here from KoratDailyNews.com includes Photos! คู่รักไทย-ออสเตรเลีย ปั่นจักรยานฮันนีมูนทั่วไทย Mr.Paul Hamon (พอล เหมันต์) หนุ่มชาวออสเตรเลีย วัย 39 ปี กับ คู่รักไกด์สาวชาวไทย ที่เพิ่งแต่งงานกัน ณัฐรีย์ โอภาสานนท์ วัย 27 ปี ปั่นจักรยานฮันนีมูน เดินทางมา ที่ สำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดย นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต ให้การต้อนรับ ในเช้าวันนี้(15 มิถุนายน 2555) คู่รักนักปั่นจักรยาน บอกว่า ได้รู้จักคบหาดูใจมาเป็นเวลา 5 ปี จนเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจแต่งงาน กัน จากนั้น […]


