เตรียมกระเป๋า ทีนี้เราก็มาเริ่มแพ็คกระเป๋ากัน ตอนแน็ตปั่น แพ็คของเยอะมาก ประมาณว่า สักวันนึงชั้นต้องได้ใช้มันแน่นอน แต่เอาเข้าจริงส่งกลับบ้านมา ประมาณ 15 กิโลได้ นี่คือของ 10 กิโลในนั้นเป็นของที่ไม่เคยได้ใช้เลย 555 ของหลักๆเลย จะแบ่งออกเป็น 5 ส่วน
ขั้นตอนในการเตรียมตัวก่อนปั่นทัวรริ่ง ภาค 2 : เตรียมตัว
เตรียมตัว ถ้าใจพร้อม ต่อมาก็เตรียมตัว หลายคนอาจสงสัยว่า โห..จะปั่นจักรยานซะขนาดนี้ มันน่าที่จะ ต้องฟิตซ้อมร่างกายกันน่าดู ซึ่งถ้าพูดถึงตามหลักการแล้วเนียะ เราก็ควรที่จะฟิตร่างกายให้อย่างน้อยมันชินกันการออกกำลังกายในระดับที่คุณไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็ไม่ต้องถึงกับเข้าฟิตเนสนะ ถ้าคุณจะฟิตร่างกายเราแนะนำให้ไปปั่นจักรยาน ระยะทางใกล้ๆ สัก 20-25 กิโล ไม่ก็ลองเดิน ระยะทางประมาณ 8-10 กิโล ต่อวันก็น่าจะเพียงพอ ไม่ใช่แค่ฝึกซ้อมร่างกาย แต่คุณกำลังฝึกซ้อมจิตใจ สภาพร่างกายของคุณด้วย ทำไมถึงไม่แนะนำฟิตเนส ง่ายๆเลย เวลาปั่นจักรยานจริงๆแล้ว คนเราก็ปั่นกันตอนกลางวันใช่มั้ย แถมประเทศไทยรู้ๆอยู่ ร้อนยิ่งกว่าร่ม เพราะฉะนั้น ฝึกปั่นในห้องแอร์เรียกว่าไม่ช่วยอะไรเลย อาจได้กล้ามเนื้อ แต่เรื่องการเผาผลาญ ก็ไม่เหมือนกัน
ขั้นตอนในการเตรียมตัวก่อนปั่นทัวรริ่ง ภาค 1 : เตรียมใจ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ถึงจะปั่นมาแล้วทั่วประเทศไทย แต่ก็ไม่ขอเรียกตัวเองว่าผู้ชำนาญ หรือเป็นบทความที่คุณๆต้องทำตามนะ แค่เป็็นส่วนหนึ่งจากประสบการ์ณที่ได้รับมา และอยากจะแชร์ให้คุณๆได้อ่านกัน บทความต่อไปนี้ เป็นแค่ตัวนำทาง ไกด์ไลน์ให้กับคนที่ไม่เคยปั่นทัวรริ่งมาก่อน แต่อยากลอง แต่ไม่รู้จะเริ่่มตรงไหน ก็อยากจะให้ลองอ่านบทความนี้ แล้วก็ขอแนะนำให้เอาไปประยุกต์ใช้ให้มันเหมาะสมกับชีวิต นิสัย และความชอบส่วนตัวของคุณๆดูนะ
วันที่ 142 อ.เมือง จ.สระบุรี ถึง อ.เมือง จ.นครนายก ยาวต่อมา อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
เมื่อคืนเพื่อนพอลที่เคยปั่นจักรยานมาด้วยกัน ซึ่งตอนนี้มาอยู่สระบุรีกับครอบครัว มาเป็นเจ้ามือเลี้ยงมื้อเย็น ไนเจล เพื่งประสบอุบัติเหตุ ปั่นจักรยาน แล้วโดนรถชน คนขับเมาตามระเบียบ ตอนแรกนึกว่าไม่เป็นอะไรมาก ต่อมาถึงได้รู้ว่ากระดูกคอหัก ต้องติดแผ่นดามกระดูกคอ เอิ้ว…น่ากลัวมาก
วันที่ 141 อ.เมือง จ.อยุธยา ถึง อ.เมือง จ.สระบุรี
เคยเป็นมั้ย ก่อนเดินทางวางแผนเที่ยวน่าดู จะไปนู่นะ จะไปนี่นะ ต้องแวะนั้นด้วย บลา บลา บลา พอเอาเข้าจริงพอไปถึง ร้อนเกิน เหนื่อยเกิน จนส่วนใหญ่จะจบที่เช็คอินเข้าโรงแรม อาบน้ำแล้วก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมาตากแอร์ ตอบเมล์ลูกค้า มารู้ตัวอีกที อ้าว ห้าโมงเย็นแล้วนี่หว่า เหอเหอ
วันที่ 139-140 อ.เมือง จ.ลพบุรี ถึง อ.เมือง จ. อ่างทอง
เนื่องจากห้องพักเมื่อคืนมืดมาก 8 โมงกว่าแล้วก็ยังดูเหมือนตี 5 เหอเหอ ดีนะนาฬิกาที่ท้องพอลทำงานตรงเวลากับมื้อเช้ามาเลยตื่นไม่สายเท่าไหร เช้านี้แวะไปพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พาพอลไปเท่ียว แต่การเที่ยวครั้งนี้ก็ทำให้เรานึกอะไรได้ขึ้นมาหนึ่งอย่าง ว่าไม่ได้ทำทัวร์ซะนาน กลับไปทำทัวร์รอบนี้ ต้องเตรียมตัวใหม่หมดเลย เพราะลืมเรื่องราวประวัติศาสตร์ไปหลายที่มาก และที่นี่ก็เป็นอีกที่นึงที่ลืม 555
วันที่ 138 อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ถึง อ.เมือง จ.ลพบุรี
วันนี้มีคนมาต้อนรับแต่เช้า พี่โหน่ง จากจังหวัดสิงห์บุรี มาปั่นเป็นเพื่อนไปส่งถึงจังหวัดลพบุรี เท่าที่ฟังมาใครผ่านมาทางนี้ต้องผ่านมือพี่โหน่งทุกคน 555 ขอบคุณมากคะ มาเป็นไกด์สส่วนตัวให้ด้วย พี่โหน่งว่า ฝนไม่ตกมาหลายวันแล้ว แน็ตกับพอลมาวันเดียวตกหนักเลย เราเลยบอก ไม่ต้องห่วงคะ รอพวกแน็ตออกไปสักพักก่อน เดี๋ยวก็ท่วมคะ 555 พูดไปฮาๆ หวังว่าคงจะไม่เป็นจริงนา รอบนี้ไม่มีโอกาสให้พี่ได้พาเที่ยวชมเมือง แต่รอบหน้ามาใหม่ จะมาอุดหนุนปลาแดดเดียว และบริการนำเที่ยวส่วนตัวด้วยนะจ้า
วันที่ 136-137 อ.เมือง จ.อุทัยธานี ถึง อ.เมือง จ.ชัยนาท ยาวไป อ.เมือง จ.สิงห์บุรี
จริงๆแล้วยิงยาวมาวันเดียวก็ถึงนะเนียะ แต่ตอนนี้ ยิ่งใกล้จบทริปยิ่งขี้เกียจ 555 เอาเป็นว่า 68 แล้ว เหลือแค่ 9 จังหวัดแล้วอะ ลงมาเลขตัวเดียวแล้ว เมื่อวานเย็นพักที่โรงแรมสุขจิต ที่จังหวัดชัยนาท ตอนกลางคืนอะไรไม่รู้มาดลใจให้เปิดประตูห้อง เปิดออกไป โจ๊ะ….กลุ่มจักรยานทัวรริ่ง มีแทนดัมด้วย กำลังเช็คอินเข้าที่พัก ด้วยความที่ไม่แน่ใจเลยปิดประตูแล้วก็เปิดออกไปใหม่ ประมาณว่า นี่ของจริงนะ 555
วันที 135 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ถึง อ.เมือง จ.อุทัยธานี
66 แล้ว ก่อนถึงอำเภอเมืองอุทัยธานี เห็นป้ายเขียนว่าไปอำเภอทัพทัน อ่านแรกๆตีความหมายไปเองว่า กองทัพตามทัน คิดในใจ คงไม่ใช่หรอก ไปถามการท่องเที่ยวเขาว่าใช่ ตรงจุดนั้นเป็นจุดที่ ทัพพม่า กับทัพไทยมาโจ๊ะกันพอดี อุทัยธานี ซึ่งสมัยนั้นเรียก อู่ไทย ก็เป็นที่ตั้งฐานทัพของกองทัพไทยนั่นเอง เพี้ยนไปเพี้ยนมา กลายเป็นอุทัยธานี เมืองนี้มีชื่อเล่นว่า เมืองพระชนกจักรี สอบถามการท่องเที่ยว ได้ความว่า ที่นี่เป็นเมืองบ้านเกิดของพระบิดาของรัชกาลที่ 1 โอ้ว…เพิ่งรู้นะเนียะ สถานที่เที่ยวคงไม่ต้องอธิบายมาก ห้วนขาแข้งโลด อยากไปจังเลย อยากจะไปบอกคุณ สืบ นาคะเสถียร ว่าไม่น่าฆ่าตัวตายเลยอะ เสียคนดีๆท่ีตั้งใจจริงๆจังท่ี่อยากจะรักษาพื้นป่าให้กับสัตว์ทั้งหลายไปอีก 1 คน เฮ้อ…
วันที่ 133-134 อ.เมือง นครสวรรค์
65 แล้ว ไม่ไกลแล้ว วันนี้ปั่นมาเกือบตลอดทางเห็นป้ายชี้เข้ากรุงเทพ เลขหลักกิโลก็เป็นของนครสวรรค์ และกรุงเทพ เฮ้อ…อีก 200 กว่ากิโลก็ถึง แต่ที่ไหนได้ต้องไปอีก 500-600 กิโล เศร้าใจ แต่ก็ทำใจมาตั้งกะตอนปั่นจากสมุทรสาครเข้าสมุทรปราการหละ อันนั้นใกล้กว่านี้อีก
วันที่ 132 อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ถึง ต.สลกบาตร จ.กำแพงเพชร
คือจะให้อัดไปถึง นครสวรรค์เลยก็ได้นะ แต่เช้านี้ดูวี่แววฟ้าฝนแล้ว น่าจะร้อนอะ มาแค่ครึ่งทางละกัน 555
วันที่ 131 อ.เมือง จ.ตาก ถึง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
จังหวัดที่ 64 แล้วคับผม ใครมาทางนี้แนะนำวิ่งเส้นไปทางบ้านวังเจ้า อย่าไปวิ่งเส้นหลักสาย 1 นะ อย่างน้อยก็ได้ปั่น 25 กิโลในร่มเงาไม้ และไม่ค่อยมีรถเท่าไหรนัก ขี่ไปขี่มาก็จะมาโผล่ถนนใหญ่เอง มิต้องเป็นห่วง
วันที่ 129-130 ถึงอำเภอเมือง จังหวัดตาก
จังหวัดที่ 63 ตอนนี้อยากจบทริปใจจะขาดแล้ว อยากกลับบ้าน 555 จังหวัดตาก ตอนแรกมานั่งคิดเล่นๆว่าชื่อนี้ได้มาอย่างไร ก็เดาเอาว่าน่าจะเกี่ยวกับพระเจ้าตากสิน แต่ก็ได้รับคำตอบมาว่า ท่าชื่อพระเจ้าตากสิน เพราะท่านเป็นเจ้าเมืองตาก งั้นสันนิษฐานที่สองคือมาจากคำว่าตากแห้งหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบมาจากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตากว่าถูกต้อง ตาก หรือชื่อเก่าว่า ระแหง เนื่องจากตั้งอยู่ที่ที่มีภูเขาล้อม ทำให้พอหน้าร้อนก็ร้อนกว่าที่อื่นๆ ประมาณว่าถ้าเปียกมาจากลำปาง ก็จะมาแห้งที่ตาก ถ้าเปียกมาจากกำแพงเพชร ก็จะมาแห้งที่ตากเหมือนกัน เอ้า…คิดฮาๆ ดันถูกซะงั้นอะ
วันที่ 128 อ.เมือง จ.ลำปาง ถึง อ.เถิน จ.ลำปาง
เมื่อคืนร้อนมาก นอนไม่หลับเลย ถ้าพักที่นี่หน้าหนาวคงจะโอสุดๆ เช้านี้ออกมาครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่เช้าเลย วันนี้มีกลุ่มจักรยานจากชมรมลำปางไบค์ มาปั่นไปส่งกลางทาง ตอนแรกนึกว่า คนสองคน โห….เห็นยืนรอกันเพียบเลย หลังจากถ่ายรูปกันเป็นที่ระทึกเราก็เริ่มออกเดินทาง
วันที่ 127 อ.แม่ทา จ.ลำพูน ถึง อ.เมือง จ.ลำปาง
ลำปางร้อนโคด… ตามไปอย่างรวดเร็วกับจังหวัดที่ 62 เชิ้บๆ เช้านี้ออกมาแต่เช้า ว่าออกเร็วแล้วนะ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องปั่นตอนร้อนๆ ที่ไหนได้ พระอาทิตย์วันนี้ทำงานไวมาก ขึ้นมาเร็วตามติดๆเลย แล้วระยะทางที่ปั่นวันนี้วิ่งจากตะวันตกไปตะวันออก จ๊าาาาากกก พระอาทิตย์ทิ่มตาทั้งวัน
วันที่ 126 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถึง อ.แม่ทา จ.ลำพูน
จังหวัดที่ 61 แล้ว วันนี้ต้องแวะบ้านคุณน้าที่สันผักหวาน เพื่อเอาสัมภาระที่ส่งไปตอนอยู่เชียงรายกลับมา ก่อนไปก็อธิบายทางไว้อย่างดิบดี พอเอาเข้าจริง ปั่นเลยแยกหางดงมาตั้งกะเมื่อไหรก็ไม่รู้ อีก 10 กิโลมาถึงลำพูนซะงั้น เลยต้องปั่นวนกลับไป 555 ดีนะที่วันนี้ไม่ร้อนมาก แล้วก็ไม่ได้เดินทางไกลมากเท่าไหร
วันที่ 124-125 อ.ปาย ถึง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
จังหวัดที่ 60 แล้ว เหลืออีกแค่ 17 ก็จะหมดทริปหละ วันนี้ปั่นมา 95 กิโลเมตร ไม่ได้ปั่นระยะทางเยอะขนาดนี้ตั้งกะขึ้นดอยหละ 555 ขาลงมาได้มีโอกาสเจอนักขี่อีกท่านนึงชื่อพี่ เอ ทำงานอยู่ที่ ThaiPBS กำลังดื่มกาแฟ พักเหนื่อยจากการเข็นจักรยานขึ้นดอยมา 555 เราลงจากปาย เข้าเชียงใหม่ พี่เอ มาขากเชียงใหม่ขึ้นปาย แล้วต่อแม่ฮ่องสอน ก็เลยแนะนำสถานที่ไปว่ามันหฤโหดขนาดไหน 555 เอาใจช่วยนะค่าพี่เอ ระหว่างคุยกันพี่เอถามว่าแล้วนี่เริ่มปั่นจากไหน เราก็บอก เริ่มจากสุราษ ปั่นทั่วประเทศไทย ทุกจังหวัด พี่เอก็ร้อง อ๋อ ใช่คุณแน็ตใช่มั้ย ได้ยินเรื่องราวมาจากพี่บลูที่จากกทม 555 ตั้งกะปั่นจักรยานทริปนี้มีความรู้สึกว่าโลกมันกลมขึ้นเยอะนะ
วันที่ 121-122 อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ถึง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
และแล้วก็ปั่นเส้นนี้ครบถึงตลอดรอดฝั่ง น้ำตาจะไหลตอนปั่นเข้าปาย 555 ใครมาปั่นเส้นนี้ แบ่งเป็นสองวันได้เลย วันแรก จากอำเภอเมือง มาถึง ปางมะผ้า วันที่สองจากปางมะผ้า เข้า ปาย
วันที่ 119-120 อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พักขา 2 วัน
ตอนแรกจะพักวันเดียวนะ แต่เมื่อคืนนอน แล้วคันขามาก คันแบบสุดๆ คิดในใจว่า เอ๊ะ หรือนี่ชั้นอาบน้ำไม่สะอาดหว่า ตอนเช้าตื่นมา อาบน้ำเสร็จพอลเห็นขา พอลบอกว่า เฮ้ย ขาไปโดนอะไรมา ตุ่มเพียบเลย เราก็ว่าเออ เมื่อคืนคันทั้งคืนเลย สงสัยอาบน้ำไม่สะอาด พอลไม่ใช่ละมั้ง แพ้่อะไรหรือเปล่า หรือโดนตัวอะไรกัด ระหว่างหาสาเหตุไปก็คันไป แต่เกาไม่ได้ เพราะพอลห้ามไว้ เหอเหอ วันนี้เลยซื้อยาแก้แพ้ ซีร์เทคมากิน ก็ภาวนาว่าเย็นนี้น่าจะยุบลง หรือหายคัน ที่ไหนได้ ช่วงเย็นๆ มันเห่อขึ้นมากว่าเดิม คราวนี้ลามมาบนตัว เอว ก้น หน้าอก แขน มากันให้เพียบ แดงน่ากลัวมาก พอลบอกให้โทรหาหมอมินท์ด่วน พร้อมทั้งถ่ายรูปขาไว้ แล้วส่งไปให้่หมอมินท์ดู หมอมินท์บอก น่าจะแพ้อะไรสักอย่างหละ เพราะดูไม่เหมือนโดนกัด สุดท้ายหมอมินท์แนะนำให้ไปซื้อยามาทานอีก 2 ตัว โลชั่นมาทาด้วย ถ้ายังไม่หายอีกไปหาหมอฉีดยาโลด คิดในใจ ขอเป็นทางเลือกสุดท้ายเถอะนะ ฉีดยานี่ไม่ไหวจริงๆ
วันที่ 117-118 ล่องแก่งจาก อ.ปาย ถึง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
มาทางน้ำระยะทาง แค่ 60 กิโลเองอะ ตัดสินใจกันแล้วว่าปั่นเส้นทางนี้ ปั่นรอบเดียวก็พอ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ยากอย่างที่คิด ปั่นหลายๆรอบ ไม่ไหว เดี๊ยวขาล่ำเกิน 555 เปลี่ยนมาล่ำที่แขนบ้าง ไม่เคยล่องแก่งมาก่อนนะ แต่เวลาเห็นในวิดีโอ แม่เจ้า น่ากลัวโคดอะ ไหนจะหิน ไหนจะน้ำ คือเป็นคนกลัวอะไรก็ตามที่ไม่สามารถควบคุมได้อะ ไม่ชอบกระโดดหอ ไม่ได้กลัวความสูงนะ เคยกระโดดมาแล้ว เลยรู้ว่าที่กลัวคืออาการที่ไม่สามารถควบคุมทิศทางตามที่ใจต้องการได้ เคยไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ไปลองกระโดดดู ล่องแก่งในความคิดเราคือ ถ้าอยู่บนเรืออะก็โอเค เพราะมีกัปตันมาด้วย เขาชำนาญในเรื่องการบังคับเรืออยู่แล้ว แต่ถ้าตกไปในน้ำนี่สิ ดูมันไหลเชี่ยวเกินเราจะว่ายทวนไหว ถึงแม้จะมีดีดกรีเหรียญทองว่ายน้ำของสมเด็จย่า แต่ก็ไม่ไหวอยู่ดี 555
วันที่ 115 ต.ป๋าแป จ.เชียงใหม่ ถึง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
วันนี้มาแค่ 60 กิโล โซ่ยังคงล๊อกอยู่แต่เฟือง ยังแอบงี่เง่าอยู่ดี วันนี้ก็เลยมาได้เรื่อยๆ ไม่ต้องจูงมาก แต่ว่าก็ไม่สามารถเอาขึ้นเขาที่ชันได้อยู่ดี อารมณ์ประมาณว่าออกแรงกดดันมันนิดนึง ก็จะส่งเสียงไม่พอใจออกมา เราสองคนก็ต้องทำใจลงเดิน บางทีพอลปั่นขึ้นเนินได้ แต่เราต้องลงเดิน เหอเหอ นี่ชั้นอ้วนเกินไปหรือฟ่ะ
วันที่ 114 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ถึง ต.ป๋าเแปง จ.เชียงใหม่
ซวยที่สุดวันนี้ ปั่นขึ้นเนินมา เกียร์ก็ยังกระโดดเหมือนเดิม พอลสรุปได้ว่า น้ำหนักสองคน ดันขึ้นเนินอาจทำให้เกียร์รับน้ำหนักเกินไป เพราะพอเราลงเดิน ให้พอลปั่นคนเดียว ก็ไปได้ปรกติไม่มีปัญหา สรุปวันนี้ครึ่งทางแรก พอลปั่นขึ้นเขา แน็ตเดินขึ้นเขา มาถึงจุดนึง โซ่หลุดไปขบอยู่หลังเฟือง เรียกว่าติดแหง่กเลย เอาไม่ออก ดึงตั้งนานกว่าจะออก แล้วก็คิดว่าเป็๋นเพราะไอ้ดึงนี่หละที่ทำให้ความซวยรอบใหญ่มาเยือน เพราะปั่นไปสักพัก โซ่ทำการแยกร่างออกจากกันเลย เหอเหอ
วันที่ 112 อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ถึง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
วันนี้มาแบบง่ายๆ สบายๆ พอลเปิดกูเกิ้ลแมป เจอเส้นทางที่ผ่าน ถ้าปั่นด้วยจักรยาน ระยะทางก็ประมาณ 68 กิโล ปั่นอ้อมเขื่อนแม่งัด อ้อมเขาไปเลยหนึ่งลูกถ้วน แถมขึ้นๆลงๆอีกตะหาก
วันที่ 111 อ.เวียงป่าเป่า จ.เชียงราย ถึง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
เข้าใจหละว่าความสูงที่ 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเลมันสูงขนาดไหน อุแม่เจ้า จะตายเอา ดีนะที่ตัดสินใจส่งของไปไว้ที่เชียงใหม่ก่อน ไม่งั้นดันขึ้นเขาลูกนี้คงจะคางเหลืองเป็นแน่ ระยะทางวันนี้ 50 กว่ากิโล แต่ใช้เวลาเดินทางเกิน 4 ชั่วโมง 555

